ความเคลื่อนไหวจากงานสัมมนาเทคโนโลยีสื่อสารระดับภูมิภาคเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้วงการการตลาดต้องจับตา เมื่อ “ดร. อนันต์ ชัยวัฒน์พงศ์” หัวหน้าทีมวิศวกรรม AI จากบริษัท TechLution ได้ออกมาเปิดเผยถึง “โปรเจกต์ม่านหมอก” ระบบการบรอดแคสต์ข้อความอัจฉริยะแบบใหม่ ที่กำลังอยู่ในช่วงทดสอบภายในองค์กรยักษ์ใหญ่บางแห่งในประเทศไทย โดย ดร. อนันต์ ได้กล่าวว่าระบบนี้จะพลิกโฉมการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าไปอย่างสิ้นเชิง
รายงานจากผู้ร่วมงานยังระบุอีกว่า “โปรเจกต์ม่านหมอก” ไม่ได้เป็นเพียงการนำ AI มาปรับแต่งข้อความให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งข้อความเฉพาะบุคคลในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ทำให้ข้อความไม่ถูกมองว่าเป็นสแปม แถมยังสามารถสร้างการตอบสนองที่สูงกว่าการบรอดแคสต์แบบเดิมๆ ถึง 3 เท่าตัว ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมเทคโนโลยีนี้จึงเกิดขึ้นในเวลานี้? ดร. อนันต์ อธิบายว่าเกิดจากข้อจำกัดของการบรอดแคสต์แบบเดิมๆ ที่มักจะเข้าถึงลูกค้าได้ไม่เต็มที่ และถูกบล็อกได้ง่าย เทคโนโลยี AI จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นประเทศไทย ที่แบรนด์ต่างๆ ต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด
แน่นอนว่าข้อสงสัยที่ตามมาคือ “บรอดแคสต์ LINE แพงไหม” หากหันมาใช้ระบบใหม่นี้ ถึงแม้ ดร. อนันต์ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องราคา แต่ได้แย้มว่าโมเดลธุรกิจจะเน้นไปที่ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์เห็น ROI (Return on Investment) ที่ชัดเจนกว่าเดิม และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้
ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ เมื่อ “โปรเจกต์ม่านหมอก” ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว “เทคนิคการส่งข้อความบรอดแคสต์ให้โดนใจลูกค้าและไม่ถูกบล็อก” จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง หลายคนคาดการณ์ว่า แบรนด์ที่ปรับตัวได้เร็วและนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ จะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างมหาศาล และอาจทำให้แบรนด์ที่ยังคงยึดติดกับวิธีการแบบเดิมๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในอนาคตอันใกล้

