มีรายงานสุดฮือฮาจากวงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเมื่อ Alpha Retail Tech บริษัทอีคอมเมิร์ซขนาดกลางประกาศถึงการเติบโตของยอดขายไตรมาส 3 ที่พุ่งขึ้นถึง 30% อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยพวกเขาอ้างว่าหัวใจสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้อยู่ที่ “แดชบอร์ดวิเคราะห์การตลาด” รูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร ซึ่งมีชื่อเรียกขานกันว่า “Hyper-Personalized Marketing Dashboard” เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่นักการตลาดและผู้บริหารต่างจับตามองถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง
คุณณัฐพล วัฒนา ซีอีโอของ Alpha Retail Tech เผยช่วงปลายเดือนตุลาคม 2566 จากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ว่าแดชบอร์ดที่พลิกเกมครั้งนี้คือการรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทุกช่องทาง ทั้งการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย, พฤติกรรมการคลิกบนเว็บไซต์, และข้อมูลการซื้อหน้าร้านที่เคยถูกมองข้าม การดึงข้อมูลที่ซับซ้อนในระดับนี้ทำให้พวกเขาสามารถสร้างแคมเปญโฆษณาที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายในแบบที่เห็นผลลัพธ์เป็นตัวเลขกำไรที่ชัดเจนอย่างน่าทึ่ง
ก่อนหน้านี้ ความท้าทายใหญ่ของ Alpha Retail Tech เช่นเดียวกับธุรกิจอื่น ๆ คือการที่ข้อมูลการตลาดกระจายตัวอยู่ในหลายแพลตฟอร์ม ทำให้การวิเคราะห์ภาพรวมพฤติกรรมลูกค้าเป็นไปได้ยากและล่าช้า แดชบอร์ดใหม่นี้เข้ามาอุดช่องว่างด้วยการผนวกรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้การทำรีพอร์ตสวยงามและลงลึกในทุกแง่มุมของการดำเนินแคมเปญเป็นเรื่องง่ายดายและรวดเร็ว สอดคล้องกับแนวคิดการใช้เครื่องมืออย่าง Google Data Studio (Looker Studio) แต่เหนือกว่าด้วยการปรับแต่งเฉพาะทาง
นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยการตลาดหลายแห่งต่างแสดงความเห็นว่า หากโมเดลของ Alpha Retail Tech สามารถทำซ้ำได้จริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล การลงทุนในการสร้างระบบ แดชบอร์ดวิเคราะห์การตลาด ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างครอบคลุมจะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขที่พุ่งขึ้น แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ายุคสมัยแห่งการวิเคราะห์ข้อมูลแบบรวมศูนย์และเฉพาะบุคคลเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน การที่ธุรกิจอื่นจะเรียนรู้และพยายามทำตามหรือไม่นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป แต่สำหรับตอนนี้ Alpha Retail Tech ได้จุดประกายความหวังครั้งใหม่ให้กับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพและกำไรที่จับต้องได้จากการตลาดดิจิทัล

