สถานการณ์ล่าสุดของการค้าปลีกบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทวิจัยตลาด E-commerce Insight ได้เปิดเผยรายงานที่ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของการไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเฉพาะ TikTok Shop ที่กลายเป็นผู้เล่นหลักในการกระตุ้นพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่ให้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน
รายงานระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มูลค่าการซื้อขายสินค้าผ่านฟีเจอร์ “ตะกร้าสินค้า” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายแห่งเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์และการจัดโปรโมชั่นแบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ว่าผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่สินค้าและบริการอีกต่อไป แต่ยังต้องการประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกสนานและสามารถโต้ตอบได้ทันที
ผู้เชี่ยวชาญจาก E-commerce Insight ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้โซเชียลคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็วคือการที่แพลตฟอร์มเหล่านี้สามารถผสานรวมความบันเทิงเข้ากับการซื้อขายได้อย่างลงตัว ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “ตั้งใจซื้อ” เป็น “ซื้อเพราะเห็นแล้วอยากได้” โดยเฉพาะสินค้าประเภทแฟชั่น เครื่องสำอาง และแกดเจ็ตต่าง ๆ ที่มักถูกนำเสนอผ่านการไลฟ์สดแบบน่าสนใจ
นอกจากนี้ การเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ง่ายขึ้น และความสามารถในการเปรียบเทียบราคาได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น กระแสนี้ส่งผลให้แบรนด์น้อยใหญ่ต้องปรับตัว หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย และลงทุนกับการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในอนาคต คาดการณ์ว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อและนำเสนอสินค้าที่ตรงใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการพัฒนาฟีเจอร์ “ตะกร้าสินค้า” ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของผู้ใช้งาน การแข่งขันในตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซจึงมีท่าทีว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นอีก แบรนด์ที่ไม่ยอมปรับตัวอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว

